ที่ดินมือเปล่า-คืออะไร-และ-กฏหมายอะไรที่เกี่ยวข้อง

ที่ดินมือเปล่า เป็นอย่างไร “ที่ดิน มือเปล่า” เป็นที่ดินซึ่งไม่มีหนังสือแสดงเจ้าของในที่ดิน อาทิเช่น ไม่มีโฉนด ฯลฯ เจ้าของที่ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเขามีเพียงแค่สิทธิครอบครอง แม้กระนั้นถ้าหากจะซื้อที่ดินมือเปล่า จำเป็นที่จะต้องใคร่ครวญมองที่ข้อบังคับ ซึ่งจะต้องทราบว่ามีข้อตกลงอย่างไรบ้าง ในทางฎหมาย ที่ดินมือเปล่า ก็คืออสังหาริมทรัพย์ประเภทหนึ่ง การโอนที่ดินมือเปล่านั้นก็จำเป็นต้องกระทำตามข้อบังคับก็คือ จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือรวมทั้งขึ้นทะเบียนต่อหน้าต่อตาข้าราชการ ไม่เช่นนั้นนับว่าเป็นโมฆะ ฟ้องศาลบังคับคดีกันมิได้ แม้กระนั้น ศาลฎีกาท่านวิเคราะห์ว่าถึงแม้ว่าจะมิได้กระทำตามแบบ ก็เลยกลายเป็นโมฆะ แต่ว่าการการโอนที่ดินมือเปล่านั้นบริบูรณ์ เนื่องจากว่าการโอนที่ดินมือเปล่าเพียงมอบการมีไว้ในครอบครอง ตามประมวลแพ่งรวมทั้งการซื้อขาย มาตรา 1378 ก็ได้แล้ว เพราะเหตุว่าที่โต้เถียงนั้นเป็นที่ดินมือเปล่า คนขายมีเพียงแค่สิทธิครอบครอง ในเมื่อขายและจากนั้นก็จัดว่าคนขายได้สละเจตนาครองไม่ยึดมั่นที่วิวาทอีกต่อไป ก็เลยบังคับได้ จริงๆแล้วมีประมวลกฎหมาย ที่ดิน มาตรา 4 ทวิ ที่บังคับให้การโอนสิทธิครอบครองในที่ดินมือเปล่านั้น จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือรวมทั้งขึ้นทะเบียนเฉพาะหน้าข้าราชการ แม้กระนั้นในทางปฏิบัติด้วย หากแม้จะกลายเป็นโมฆะ แต่ว่าการส่งการมีไว้ในครอบครองจะบริบูรณ์หรือเปล่าจะต้องมองโดยชอบด้วยกฎหมายแพ่ง ถ้าที่ดินแปลงนั้นมีใบรับรองกระบวนการทำผลดี ก็ควรจะทำเป็นหนังสือแล้วไปขึ้นทะเบียนต่อหน้าต่อตาข้าราชการ เปลี่ยนแปลงชื่อในใบรับรอง ก็จะบันเทิงใจกว่า ดังมีตัวกฎหมาย กับศาลฎีกาที่เกี่ยวพันเหมือนตามตัวอย่างนี้ คำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ 863/2510 ถึงแม้การค้าขายมิได้ทำเป็นหนังสือและก็ขึ้นทะเบียนต่อบุคลากรข้าราชการจะเป็นโมฆะก็ดีแล้ว แต่ว่าที่โต้เถียงเป็นที่ดินมือเปล่า คนขายมีแต่เพียงสิทธิครอบครองแค่นั้น เมื่อคนขายได้ส่งที่ทะเลาะให้คนซื้อตามสัญญาซื้อขายก็ฟังได้ว่าคนขายได้สละเจตนาครองไม่ยึดมั่นที่ทะเลาะถัดไป การมีไว้ในครอบครองของคนขายสิ้นสุดลงแล้ว คนซื้อได้รับโอนการมีไว้ในครอบครอง ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิการมีไว้ในครอบครองที่วิวาทนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377, 1378 แล้ว คนขายจะมาฟ้องเรียกที่ทะเลาะคืนมิได้… คำตัดสินศาลฎีกาที่ 269/2511 ซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน โดยการทำหนังสือคุ้นเคยคนขายได้รับเงินค่าที่ดินครบบริบรูณ์ และก็คนขายได้มอบการมีไว้ในครอบครองให้คนซื้อตั้งแต่วันลงนามซื้อขายแลกเปลี่ยน ถึงแม้คำสัญญามีเนื้อความว่าคนขายจะโอนกรรมสิทธิ์ให้คนซื้อด้านในระบุ 1 เดือน นับตั้งแต่วันทำข้อตกลงก็ตามเมื่อคนขายได้สละสิทธิครอบครองให้ผู้บริโภคใช้สิทธิครอบครองมาตรงเวลาเกิน 1 ปี ผู้บริโภคได้สิทธิครอบครองการที่ยังมิได้ไปลงบัญชีการค้าขายจะเป็นโมฆะหรือไม่ก็ไม่ส่งผลให้คนซื้อหมดสิทธิถือครอง คำตัดสินศาลฎีกาที่ 67/2511 ถึงแม้ว่าการจำหน่ายที่ดินที่ไม่มีหนังสือสำคัญแสดงเจ้าของที่ดินไม่ได้ทำถูกตามแบบนิติกรรมจำหน่ายอันเป็นโมฆะก็ตาม แม้กระนั้นเมื่อคนขายสละเจตนาถือครองให้ผู้บริโภคเข้าครอบครองแล้วคนซื้อย่อมได้สิทธิครอบครองตั้งแต่คนขายสละการมีไว้ในครอบครองส่วนที่ผู้บริโภคอยากที่จะให้คนขายไปโอนทางนิติกรรมอีก ก็เพื่อเป็นหลักฐานเหนียวแน่นแค่นั้นรวมทั้งกรณีแบบนี้ไม่เป็นข้อตกลงจะค้าขาย คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2434/2528 การโอนสิทธิครอบครองเพราะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ดินที่มีใบรับรองวิธีการทำคุณประโยชน์แล้วนั้นย่อมทำเป็นโดยบริบูรณ์ ด้วยกระบวนการทำเป็นหนังสือและก็ลงบัญชีต่อบุคลากรข้าราชการตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 4ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 2 ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามแบบของข้อบังคับประการ หนึ่งกับทำการโอนโดยความเป็นจริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377,1378 อีกประการหนึ่งซึ่งไม่ต้องมีแบบการที่โจทก์ขายที่วิวาทอันเป็นที่มีน.ส.3ให้เชลยโดยการทำหนังสือสัญญาจำหน่ายคุ้นเคยและก็เชลยได้เข้าครอบครองยึดมั่นที่วิวาทภายหลังทำซื้อจาก โจทก์แล้วโดยปลูกเรือน ปลูกต้นไม้ และก็สร้างยุ้งเชลยก็เลยได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยประการข้างหลัง หาต้องทำตามอย่างแบบของนิติกรรมไม่ และก็กรณีแบบนี้ไม่เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 115 คำตัดสินศาลฎีกาที่ 286/2537 เชลยซื้อที่วิวาทจากผัวโจทก์แล้วก็เข้าอยู่เสมอมา ถึงแม้ว่าการซื้อขายแลกเปลี่ยนมิได้ทำเป็นหนังสือแล้วก็ขึ้นทะเบียนต่อบุคลากรข้าราชการกลายเป็นโมฆะ แต่ว่าที่ทะเลาะเป็นที่ดินที่มีใบรับรองวิธีการทำคุณประโยชน์ย่อมโอนการมีไว้ในครอบครองให้แก่กันได้โดยสละการมีไว้ในครอบครองรวมทั้งมอบทรัพย์สินสิทธิที่ถือครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1377, 1378 เชลยก็เลยเป็นผู้มีสิทธิครองที่โต้เถียง คำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ 6597/2542 ที่ดินวิวาทเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิใบรับรองวิธีการทำผลดี (น.ส.3กรัม) ผู้มีชื่อในเอกสารสิทธิก็เลยมีเพียงแค่สิทธิครอบครอง ถึงแม้ว่าการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ดินวิวาทระหว่างโจทก์กับเชลยที่ 1 จะมิได้ขึ้นทะเบียนต่อบุคลากรข้าราชการ แต่ว่าเมื่อเชลยที่ 1 มอบการมีไว้ในครอบครองแล้วก็โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินทะเลาะแล้ว การค้าขายย่อมบริบูรณ์โดยการมอบการมีไว้ในครอบครองหากลายเป็นโมฆะไม่ โจทก์ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินโต้เถียงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1378… คำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ 675/2550 การค้าขายที่ดินทะเลาะระหว่างโจทก์กับ มัธยม ไม่ได้ลงทะเบียนต่อบุคลากรข้าราชการ กลายเป็นโมฆะตาม เปรียญพ.พ. มาตรา 456 วรรคหนึ่ง แม้กระนั้นในขณะที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนกันที่ดินทะเลาะยังเป็นที่ดินมือเปล่า มัธยม ก็เลยมีเพียงแต่สิทธิครอบครองเพียงแค่นั้น เมื่อ มัธยม มอบที่ดินวิวาทและก็โจทก์เข้าครอบครองแล้ว โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองตามมายี่ห้อ 1377 รวมทั้ง 1378 อันเป็นการได้สิทธิครอบครองมาด้วยการครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เป็นการได้มาตามสัญญาซื้อขาย มัธยม ย่อมไม่มีหน้าที่ในทางนิติกรรมที่จะจำเป็นต้องไปขึ้นทะเบียนโอนที่ดินทะเลาะให้แก่โจทก์ โจทก์ก็เลยไม่มีอิทธิพลฟ้องขอให้บังคับเชลยซึ่งเป็นผู้สืบสกุลของ มัธยม ให้ปฏิบัติการล้มเลิกชื่อ มัธยม ออกมาจากโฉนดที่ดินโต้เถียง ค้นคำตัดสินศาลฎีกา

พื้นที่แต่ละประเภทก่อสร้างอะไรได้บ้าง

พื้นที่แต่ละจำพวกก่อสร้างอะไรได้บ้าง หลายๆท่านบางทีอาจจะรู้อยู่แล้วว่า พื้นที่ที่พวกเรารู้จักดี หรืออาศัยอยู่นั้น อยู่ในโซนสีอะไร ซึ่งแต่ละพื้นที่จะกล่าวว่ารอบๆไหนสามารถก่อสร้างอะไรได้บ้าง โดยการจัดหมวดหมู่ออกเป็นโซนสีต่างๆเพื่อมองเห็นความต่างที่แจ่มชัด ของการใช้แรงงานรวมทั้งการพัฒนาพื้นที่แต่ละที่ในอนาคต ซึ่งจะมีผลถึงการขนส่ง ภาวะการจราจร รวมทั้งราคา วันนี้สมาร์ทฟินน์ก็เลยขอชี้แนะชนิดของที่ดินแบบเข้าใจง่ายมาฝากกันจ้ะ ที่ดินชนิดที่อยู่ที่อาศัย แบ่งได้เป็น 3 โซนหมายถึงที่ดินที่มีผู้อาศัยหนาแน่นน้อย (โซนสีเหลือง) มีรหัสควบคุมที่ดินเป็นย.1-ย.4 สามารถก่อสร้างบ้านคนเดียว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดขนาดเล็กรวมทั้งขนาดกึ่งกลางได้ ซึ่งอยู่ภายในเขตพื้นที่นอกเมือง แม้กระนั้นจะมีบริการของระบบคมนาคมมวลชน เป็นต้นว่า เขตสายไหม เขตสะพานสูง เขตบ่อน้ำกุ่ม ฯลฯ ที่ดินที่มีผู้อาศัยหนาแน่นปานกลาง (โซนสีส้ม) มีรหัสควบคุมที่ดินหมายถึงย.5-ย.7 สามารถสร้างที่อยู่ที่อาศัยได้ทุกแบบอย่าง อาทิเช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด อพาร์ทเม้นท์ บังกะโล อาคารสำนักงานให้เช่า ฯลฯ แล้วก็สบายกับระบบคมนาคมมวลชน อย่างเช่น เขตจอมทองคำ เขตพระโขนง เขตจตุจักร ฯลฯ ที่ดินที่มีผู้อาศัยหนาแน่นมากมาย (โซนสีน้ำตาล) มีรหัสดูแลที่ดินเป็นย.8 –ย.10 ซึ่งอยู่รอบๆของเมืองชั้นใน เป็นรอยต่อกับเขตพาณิชยกรรมศูนย์กลางเมือง ทั้งยังยังอยู่ในเขตให้บริการของขนส่งมวลชน เป็นที่ดินซึ่งมีมูลค่าสูง ด้วยทำเล ก็เลยมักมองเห็นการใช้คุณประโยชน์ที่ดินเพื่อปรับปรุงแผนการพักอาศัยในแนวดิ่ง อย่างคอนโดมิเนียมต่างๆบริเวณแกนกลางเมือง ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น เขตบางซื่อ เขตสาทร เขตวัฒนา ฯลฯ ที่ดินชนิดพาณิชยกรรม (โซนสีแดง) มีรหัสดูแลที่ดินหมายถึงพ.1-พ.5 ในส่วนของที่ดิน พ.4 ให้ความใส่ใจเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ สามารถสร้างที่พักที่อาศัยได้แล้วก็มีข้อกำหนดน้อยกว่าที่ดินสีอื่น เป็นย่านธุรกิจกิจการค้าขนาดใหญ่ที่คนสามัญสามารถเข้ามาใช้บริการได้สบาย ตัวอย่างเช่น เซ็นทรัลพระราม 2 เซ็นทรัลรามอินทรา ทวีปเอเชียครั้งค ฯลฯ ที่ดินจำพวกอุตสาหกรรม (โซนสีม่วง) มีรหัสควบคุมเป็นอำเภอ1-อำเภอ2 เป็นนิคมอุตสาหกรรมเพื่อการสร้างรวมทั้งการส่งออกผลิตภัณฑ์ เป็นต้นว่า เขตบางขุนเทียน ฯลฯ ที่ดินชนิดคลังที่มีไว้เก็บสินค้า (โซนสีเม็ดมะปราง) มีรหัสดูแลหมายถึงอำเภอ3 เป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ในลักษณะของคลังเก็บสินค้า ที่ดินชนิดนี้สามารถสร้างที่พักอาศัยได้ บ้านเดี่ยว หอ คอนโดขนาดเล็ก แม้กระนั้นไม่อาจจะสร้างอาคารสูง ห้องชุด ขนาดใหญ่ได้ ดังเช่นว่า เขตลาดกระบัง ฯลฯ ที่ดินชนิดบ้านนอกรวมทั้งทำการเกษตร ที่ดินที่เกิดขึ้นจากการอนุรักษ์และรักษาบ้านนอกและก็ทำการเกษตร กรอบสีขาวรวมทั้งเส้นเฉียงสีเขียว มีรหัสควบคุมที่ดินเป็นกรัม1-กรัม3 หรือแสดงเป็นหลักที่สีเขียว มีรหัสควบคุมที่ดินเป็นกรัม4 แล้วก็ กรัม5 เป็นหลักที่สงวนทำการเกษตร ย้ำรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนมาก สามารถก่อสร้างบ้านคู่แฝด ห้องแถว หรือเรือนแถวได้ แต่ว่าไม่เกินปริมาณร้อยละ5% ดังเช่น เขตคลองสามวา เขตมีนบุรี ฯลฯ นอกเหนือจากนั้นอีกจุดหมายของที่ดินจำพวกนี้เป็นการเป็นกันชนระหว่างจังหวัดกรุงเทพมหานคร แล้วก็ชนบท ทั้งยังยังมีบทบาทรองรับน้ำให้กับจังหวัดกรุงเทพอีกด้วย ที่ดินชนิดสงวนและก็ผลักดันศิลปวัฒนธรรม (โซนสีน้ำตาลอ่อน) มีรหัสควบคุมที่ดินหมายถึงศาสตราจารย์1 และก็ ศาสตราจารย์2 เป็นแหล่งสงวนศิลปวัฒนธรรมต่างๆของไทย รวมทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจให้กับประเทศ ตัวอย่างเช่น เขตดุสิต เขตนครหลวง ฯลฯ ที่ดินชนิดของหน่วยงานภาครัฐรวมทั้งราชการ (โซนสีน้ำเงิน) เกี่ยวกับสาธารณูปโภคเพื่อก่อกำเนิดผลดีกับสามัญชน ทั้งยังสถานศึกษา วัด โรงหมอ หรือสถานที่ราชการต่างๆซึ่งมีอยู่ในทุกเขต แต่ว่าเขตที่มีมากสุดหมายถึงเขตสัตตบุษย์วัน เขตลำคลองเตย เขตราชเทวี ฯลฯ จากบทความที่กล่าวมานั้น ได้ชี้แจงรูปแบบของพื้นที่ในแต่ละชนิดไว้คล่าวๆถ้าเกิดคุณอยากได้ซื้อเพื่อการลงทุนในอนาคต หรือมีธุรกิจที่คิดแผนว่าจะทำ สามารถวิเคราะห์พื้นที่สมควรก่อน

โฉนดที่ดินคืออะไร

โฉนดที่ดินเป็นอย่างไร ? โฉนดที่ดิน หรือ นางสาว๔จังหวัดเป็นเอกสารชนิดหนึ่งในเอกสารแสดงสิทธิที่ดิน ออกโดยกรมที่ดิน จะมีเลขที่โฉนด ที่ตั้ง ลักษณะ เนื้อหาของที่ดิน และก็เรื่องราวผู้ครอบครอง ที่ดินแต่ละที่นั้นจะมีเอกสารแสดงสิทธิที่ดินแตกต่างตามการใช้คุณประโยชน์ มีเอกสารแสดงสิทธิจำพวกต่างๆดังต่อไปนี้ หนังสือแสดงเจ้าของห้องเช่า (อำเภอช. ๒)หมายถึงเอกสารแสดงเจ้าของในอสังหาริมทรัพย์ชนิดห้องชุด (ห้องชุด) จะมีเนื้อหาเหมือนโฉนดที่ดินเป็นต้นว่า พื้นที่ของห้องชุด ชั้นที่แฟลตตั้งอยู่ ขนาดพื้นที่ รวมถึงสิทธิต่อเงินศูนย์กลาง ใบจอง (นางสาว๒)หมายถึงใบจองสำหรับการทำประโยชน์ในที่ดินชั่วครั้งคราว โดยชอบด้วยกฎหมายขอกรมที่ดิน ไม่อาจจะโอนให้แก่คนอื่นๆ นอกจากแม้กระนั้นจะสืบทอดจำต้องทำประโยชน์ในที่ดินขั้นต่ำปริมาณร้อยละ 75 ในเวลา 3 ปี เมื่อถึงกำหนดก็เลยสามารถออกใบรับรองแนวทางการทำผลดี (นางสาว๓, นางสาว๓ กรัม หรือ นางสาว๓ ข.) โฉนดที่ดิน หรือ นางสาว๔จังหวัดหมายถึงหนังสือสำคัญแสดงสิทธิ์ในที่ดิน รวมทั้งโฉนดแผนที่ โฉนดยี่ห้อจอง แล้วก็ยี่ห้อจองที่ว่า “ได้ทำประโยชน์แล้ว” (ข้อบังคับเก่า) คนที่เป็นเจ้าของที่ดินจัดว่ามีสิทธิ์ในที่ดินอย่างสมบูรณ์ สำหรับในการใช้ประโยชน์ ขาย ขวางไม่ให้ผู้ใดกันแน่เข้ามาเกี่ยวกับเงินทองโดยไม่ถูกต้องด้วยกฏหมาย ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากการมีไว้ในครอบครองโฉนดที่ดินเป็นมีหลักทรัพย์ที่มีมูลค่า สามารถประยุกต์ใช้เพื่อคุณประโยชน์อื่นได้ ยกตัวอย่างเช่น แนวทางการขายฝาก เพื่อนำเงินที่ได้จากแนวทางการขายฝาก ไปใช้ประโยชน์หรือทุนหมุนเวียนสำหรับเพื่อการทำธุรกิจบนพื้นที่นั้นได้มากเพิ่มขึ้น สามารถศึกษาเล่าเรียนวิธีขายฝากที่ดินถึงที่เหมาะนี่

ที่ดินมือเปล่า-คืออะไร-และ-กฏหมายอะไรที่เกี่ยวข้อง

ที่ดินมือเปล่า เป็นอย่างไร “ที่ดิน มือเปล่า” เป็นที่ดินซึ่งไม่มีหนังสือแสดงเจ้าของในที่ดิน อย่างเช่น ไม่มีโฉนด ฯลฯ เจ้าของที่ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเขามีเพียงแค่สิทธิครอบครอง แต่ว่าถ้าหากจะซื้อที่ดินมือเปล่า จำเป็นต้องตรึกตรองมองที่ข้อบังคับ ซึ่งจะต้องทราบว่ามีข้อตกลงอย่างไรบ้าง ในทางฎหมาย ที่ดินมือเปล่า ก็คืออสังหาริมทรัพย์ประเภทหนึ่ง การโอนที่ดินมือเปล่านั้นก็จะต้องประพฤติตามข้อบังคับก็คือ จะต้องทำเป็นหนังสือแล้วก็ลงบัญชีซึ่งๆหน้าข้าราชการ ไม่อย่างนั้นนับว่าเป็นโมฆะ ฟ้องบังคับคดีกันมิได้ แต่ว่า ศาลฎีกาท่านวิเคราะห์ว่าถึงแม้ว่าจะมิได้ปฏิบัติตามแบบ ก็เลยกลายเป็นโมฆะ แม้กระนั้นการการโอนที่ดินมือเปล่านั้นบริบูรณ์ เพราะว่าการโอนที่ดินมือเปล่าแค่เพียงมอบการมีไว้ในครอบครอง ตามประมวลแพ่งและก็การซื้อขาย มาตรา 1378 ก็ได้แล้ว เพราะเหตุว่าที่วิวาทนั้นเป็นที่ดินมือเปล่า คนขายมีเพียงแค่สิทธิครอบครอง ในเมื่อขายและจากนั้นก็จัดว่าคนขายได้สละเจตนาครองไม่ยึดมั่นที่วิวาทอีกต่อไป ก็เลยบังคับได้ ที่แท้มีประมวลกฎหมาย ที่ดิน มาตรา 4 ทวิ ที่บังคับให้การโอนสิทธิครอบครองในที่ดินมือเปล่านั้น จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือแล้วก็ขึ้นทะเบียนเฉพาะหน้าข้าราชการ แต่ว่าในทางปฏิบัติด้วย ถึงแม้ว่าจะกลายเป็นโมฆะ แต่ว่าการมอบการมีไว้ในครอบครองจะบริบูรณ์หรือเปล่าจะต้องมองโดยชอบด้วยกฎหมายแพ่ง ถ้าที่ดินแปลงนั้นมีใบรับรองวิธีการทำคุณประโยชน์ ก็ควรจะทำเป็นหนังสือแล้วไปขึ้นทะเบียนเฉพาะหน้าข้าราชการ แปลงชื่อในใบรับรอง ก็จะสุขใจกว่า ดังมีตัวกฎหมาย กับศาลฎีกาที่เกี่ยวเนื่องตามแบบนี้ คำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ 863/2510 ถึงแม้การซื้อขายแลกเปลี่ยนมิได้ทำเป็นหนังสือรวมทั้งลงบัญชีต่อบุคลากรข้าราชการจะเป็นโมฆะดีแล้ว แม้กระนั้นที่วิวาทเป็นที่ดินมือเปล่า คนขายมีแต่เพียงสิทธิครอบครองเพียงแค่นั้น เมื่อคนขายได้มอบที่ทะเลาะให้คนซื้อตามสัญญาซื้อขายก็ฟังได้ว่าคนขายได้สละเจตนาครองไม่ยึดมั่นที่โต้เถียงถัดไป การมีไว้ในครอบครองของคนขายสิ้นสุดลงแล้ว คนซื้อได้รับโอนการมีไว้ในครอบครอง ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิการมีไว้ในครอบครองที่โต้เถียงนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377, 1378 แล้ว คนขายจะมาฟ้องเรียกที่โต้เถียงคืนมิได้… คำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ 269/2511 ค้าขายที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน โดยการทำหนังสือคุ้นเคยคนขายได้รับเงินค่าที่ดินครบถ้วนสมบูรณ์ แล้วก็คนขายได้ส่งการมีไว้ในครอบครองให้ผู้บริโภคตั้งแต่วันลงลายลักษณ์อักษรค้าขาย หากแม้คำสัญญามีเนื้อความว่าคนขายจะโอนกรรมสิทธิ์ให้คนซื้อด้านในระบุ 1 เดือน นับจากวันลงนามก็ตามเมื่อคนขายได้สละสิทธิครอบครองให้ผู้บริโภคใช้สิทธิครอบครองมาตรงเวลาเกิน 1 ปี คนซื้อได้สิทธิครอบครองการที่ยังมิได้ไปลงบัญชีการค้าขายจะเป็นโมฆะหรือไม่ก็ไม่ส่งผลให้คนซื้อหมดสิทธิครอง คำตัดสินศาลฎีกาที่ 67/2511 ถึงแม้การค้าขายที่ดินที่ไม่มีหนังสือสำคัญแสดงเจ้าของที่ดินไม่ได้ทำถูกตามแบบนิติกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนอันเป็นโมฆะก็ตาม แต่ว่าเมื่อคนขายสละเจตนาถือครองให้คนซื้อเข้าครอบครองแล้วผู้บริโภคย่อมได้สิทธิครอบครองตั้งแต่คนขายสละการมีไว้ในครอบครองส่วนที่ผู้บริโภคอยากให้คนขายไปโอนทางนิติกรรมอีก ก็เพื่อเป็นหลักฐานมั่นคงแค่นั้นแล้วก็กรณีแบบนี้ไม่เป็นคำสัญญาจะจำหน่าย คำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ 2434/2528 การโอนสิทธิครอบครองเพราะมีการจำหน่ายที่ดินที่มีใบรับรองแนวทางการทำคุณประโยชน์แล้วนั้นย่อมทำเป็นโดยบริบูรณ์ ด้วยวิธีการทำเป็นหนังสือและก็ลงทะเบียนต่อบุคลากรข้าราชการตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 4ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 2 ซึ่งเป็นการทำตามแบบของข้อบังคับประการ หนึ่งกับทำการโอนโดยเรื่องจริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377,1378 อีกประการหนึ่งซึ่งไม่ต้องมีแบบการที่โจทก์ขายที่ทะเลาะอันเป็นที่มีน.ส.3ให้เชลยโดยการทำหนังสือสัญญาจำหน่ายคุ้นเคยแล้วก็เชลยได้เข้าครอบครองยึดมั่นที่โต้เถียงภายหลังจากทำซื้อจาก โจทก์แล้วโดยปลูกเรือน ปลูกต้นไม้ แล้วก็สร้างยุ้งเชลยก็เลยได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยประการข้างหลัง หาจำเป็นต้องประพฤติตามแบบของนิติกรรมไม่ และก็กรณีแบบนี้ไม่เป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 115 คำตัดสินศาลฎีกาที่ 286/2537 เชลยซื้อที่วิวาทจากผัวโจทก์รวมทั้งเข้าอยู่เสมอมา ถึงแม้การซื้อขายแลกเปลี่ยนมิได้ทำเป็นหนังสือแล้วก็ลงทะเบียนต่อบุคลากรข้าราชการกลายเป็นโมฆะ แต่ว่าที่โต้เถียงเป็นที่ดินที่มีใบรับรองวิธีการทำคุณประโยชน์ย่อมโอนการมีไว้ในครอบครองให้แก่กันได้โดยสละการมีไว้ในครอบครองรวมทั้งส่งสมบัติพัสถานสิทธิที่ครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1377, 1378 เชลยก็เลยเป็นผู้มีสิทธิถือครองที่โต้เถียง คำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ 6597/2542 ที่ดินวิวาทเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิใบรับรองกระบวนการทำคุณประโยชน์ (น.ส.3กรัม) ผู้มีชื่อในเอกสารสิทธิก็เลยมีเพียงแต่สิทธิครอบครอง ถึงแม้ว่าการค้าขายที่ดินโต้เถียงระหว่างโจทก์กับเชลยที่ 1 จะมิได้ขึ้นทะเบียนต่อบุคลากรข้าราชการ แต่ว่าเมื่อเชลยที่ 1 มอบการมีไว้ในครอบครองแล้วก็โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินโต้เถียงแล้ว การค้าขายย่อมบริบูรณ์โดยการส่งการมีไว้ในครอบครองหากลายเป็นโมฆะไม่ โจทก์ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินโต้เถียงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1378… คำวินิจฉัยศาลฎีกาที่ 675/2550 การค้าขายที่ดินวิวาทระหว่างโจทก์กับ มัธยม ไม่ได้ลงทะเบียนต่อบุคลากรข้าราชการ กลายเป็นโมฆะตาม เปรียญพ.พ. มาตรา 456 วรรคหนึ่ง แม้กระนั้นช่วงเวลาที่จำหน่ายกันที่ดินวิวาทยังเป็นที่ดินมือเปล่า มัธยม ก็เลยมีเพียงแต่สิทธิครอบครองเพียงแค่นั้น เมื่อ มัธยม ส่งที่ดินทะเลาะและก็โจทก์เข้าครอบครองแล้ว โจทก์ย่อมได้สิทธิครอบครองตามมายี่ห้อ 1377 แล้วก็ 1378 อันเป็นการได้สิทธิครอบครองมาด้วยการครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เป็นการได้มาตามสัญญาซื้อขาย มัธยม ย่อมไม่มีหน้าที่ในทางนิติกรรมที่จะจำเป็นต้องไปขึ้นทะเบียนโอนที่ดินทะเลาะให้แก่โจทก์ โจทก์ก็เลยไร้อำนาจฟ้องขอให้บังคับเชลยซึ่งเป็นผู้สืบสกุลของ มัธยม ให้ปฏิบัติงานล้มเลิกชื่อ มัธยม ออกมาจากโฉนดที่ดินวิวาท ค้นหาคำวินิจฉัยศาลฎีกา

ตรวจสอบที่ดินอย่างไรให้เป็นมืออาชีพ

สำรวจที่ดินยังไงให้เป็นมือโปร โฉนดที่ดิน พวกเราควรจะพิจารณาบนเอกสารว่าเป็น โฉนดที่ดินจริงๆไม่ใช่เพียงแค่เอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดิน ผู้คนจำนวนมากบางทีอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่าตามที่เป็นจริงแล้ว โฉนดที่ดิน (นางสาว ๔) เป็นชนิดหนึ่งในเอกสารแสดงสิทธิ์เพียงแค่นั้น แล้วก็เป็นเอกสารซึ่งสามารถค้าขาย หรือโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างแม่นยำโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเอกสารอื่นๆยังไม่ใช่เอกสารที่นับว่าเป็นเจ้าของของผู้ถือโดยบริบูรณ์ (อ่านเสริมเติม… โฉนดที่ดินเป็นยังไง) ตรวจตราข้อมูลที่ดินบนหน้าโฉนด บนหน้าโฉนดจะมีข้อมูลต่างๆของพื้นที่นั้นอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเลขที่ดิน ระวาง หน้าตรวจ ตำบล อำเภอ จังหวัด ขนาดพื้นที่ แล้วก็ผู้ครอบครอง โดยพื้นฐาน แม้พวกเราพึงพอใจที่ดินที่นั้น ให้พวกเราขอดูโฉนดเพื่อนำเลขที่โฉนด ไปค้นหาพื้นฐานจากเว็บกรมที่ดิน เพื่อมองเห็นข้อมูลของพื้นที่นั้น ขนาดที่ดินที่โล่งแจ้งขายแล้วก็ขนาดที่วัดจริงตรงกันไหม ในบางครั้งพวกเราไม่อาจจะทราบได้จากการกะราวๆทางสายตาว่าพื้นที่กลุ่มนี้ครบจากที่แจ้งในโฉนดที่ดินใช่หรือไม่ โดยเหตุนี้ควรจะให้ผู้ที่มีความชำนาญมาวัดพื้นที่ก่อนอีกรอบ เพื่อการันตีว่าขนาดครบบริบรูณ์ตามเอกสารที่โล่งแจ้งต่อกันไว้ ในเรื่องที่มาเจอคราวหลังว่าเป็นหลักที่ของตน จะมีผลกระทบที่ตามมาอีกหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งจะต้องฟ้องร้องคดีกันตามกฎหมายรวมทั้งฟ้องร้องคดี ก็เลยจำเป็นต้องใช้ทั้งยังเวลาแล้วก็ทรัพย์สิน ในการเรียกร้องสิทธิ์คืน ปัจจุบันนี้มีแอปพลิเคชั่นที่ช่วยวัดขนาดพื้นที่ ตัวอย่างเช่น แอป MapMeasure (รองรับทั้งยัง Android, iOS) โดยการทำการประมาณจากระบบ GPS จาก Google maps รวมทั้งประเมินผลเป็นขนาดจริงของพื้นที่จริง ตรวจทานจำพวกของที่ดิน จากข้อมูลในโฉนดจะมิได้มีแจ้งละเอียดระดับที่ดินนี้เป็นที่ชุมชนหรือเปล่า เป็นที่ตาบอดหรือไม่ อยู่ในเขตสงวนหรือสวนไหม มีบางครั้งที่ผู้ถือสิทธิ์ที่ดินมิได้รู้ชนิดของที่ดินผืนนั้น ถ้าหากประยุกต์ใช้ไม่ถูกจำพวกบางทีอาจจำต้องปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามข้อจำกัด วิเคราะห์เช็คข้อมูลที่กรมที่ดิน ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญด้วยเหตุว่าเป็นการนำสิ่งที่พวกเราได้พิจารณากันพื้นฐานในข้อที่ 1-4 มาสำรวจจริงกับทางข้าราชการในกรมที่ดินอีกรอบ เพื่อวิเคราะห์ความถูกต้องแน่ใจก่อนกระทำซื้อ-ขาย แล้วก็ตรวจตราเพิ่มเติมอีกว่าพื้นที่นั้นมีปัญหาอื่นๆแฝงไหม รวมทั้งเอกสารและก็ที่ดินที่ไปดูจริงตรงกันใช่หรือไม่ ตรวจตราลักษณะ แล้วก็สิ่งแวดล้อมของที่ดิน โดยชอบด้วยกฎหมายทั่วๆไปจะมีการระบุว่าพื้นที่ใดสามารถสร้างอะไรได้ หรือเปล่าได้ ใช้ประโยชน์ที่ดินในด้านใดได้บ้าง ตรงตามสิ่งที่จำเป็นที่จะใช้สอยของพวกเราไหม เลือกเพื่อเป็นที่พักที่อาศัย ทำธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมก็ตามที สิ่งพวกนี้เป็นข้อควรจะรู้พื้นฐาน เพราะว่าถ้าหากซื้อที่ดินไปแล้วประยุกต์ใช้ไม่ถูกชนิด บางทีอาจจำเป็นต้องปรับแต่งให้เป็นไปตามข้อจำกัดของสิทธิ์ จะต้องเสียอีกทั้งเวลาและก็สมบัติพัสถาน เพราะฉะนั้นควรจะเช็คเนื้อหาที่ดินก่อนวินิจฉัยจำหน่าย หรือขอดูเล่มประเมินซึ่งทำโดยบริษัทฯ ที่น่าไว้ใจ (หากมี) เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตัวท่านเอง