การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์

การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ นอกเหนือจากการซื้อ ขาย อสังหาริมทรัพย์โดยธรรมดา การได้เจ้าของในอสังหาริมทรัพย์นั้น ข้อบังคับท่านยังกล่าวไว้ว่า สามารถได้รับโดยทางอื่นๆอีกเป็น1.การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ โดยทางนิติกรรม การได้รับโดยทางนิติกรรมนั้น สื่อความหมายกว้างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การค้าขาย, เปลี่ยน, การให้, จำนำ, และยังรวมไปถึงตีชำระหนี้ ก็ถือเป็นการได้รับโดยนิติกรรมทั้งปวง การได้อสังหาริมทรัพย์มาโดยนิติกรรมนั้น ถ้าหากมีข้อบังคับบอกว่า จำต้องทำเป็นหนังสือและก็ขึ้นทะเบียนซึ่งๆหน้าข้าราชการ มิฉะนั้นจะนับว่าเป็นโมฆะ ฟ้องบังคับคดีกันมิได้ อย่างเช่นการค้าขายอสังหาริมทรัพย์ฯลฯ ซึ่งการได้มารูปแบบนี้ เราโดยมากจะเข้าจิตใจกระบวนการกันอยู่แล้วเพราะเหตุว่าเกิดเรื่องขั้นตอนตามเดิมสำหรับในการทำนิติกรรมคำสัญญา 2.การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่น เว้นแต่นิติกรรม การได้รับโดยทางอื่นเว้นแต่นิติกรรมนั้น คือการได้มา ที่มิได้มีต้นเหตุที่เกิดจากวิธีการทำนิติกรรมกัน หรือบางครั้งอาจจะพูดได้ว่า เป็นการได้รับโดยผลที่ข้อบังคับ ได้แก่ การได้เจ้าของในอสังหาริมทรัพย์โดยการมีไว้ในครอบครองคู่ปรับ การได้รับโดยการรับมรดก การได้รับโดยคำตัดสินของศาล อย่างเช่น ที่ดินผลิออกชายตลิ่งที่เกิดขึ้นจากการที่แม่น้ำพัดพาเอาดินหินทรายมากลบเพิ่มพูนกันตามธรรมชาติ จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นแผ่นดินเดียวกันกับที่ดินของพวกเรา อย่างงี้ก็จัดว่า พวกเราพอดีดินเพิ่มมาโดยผลของข้อบังคับ เจ้าของที่สามารถนำไปขอออกโฉนดเพิ่มพื้นที่ ที่ดินได้ (ที่ดินควรมีโฉนดอยู่ก่อนแล้วครับ ถ้าหากเป็นที่ดินมือเปล่า ไม่มีเอกสารสิทธิ์อะไรก็แล้วแต่เจ้าของที่จะทำเป็นก็แค่เพียงแต่ครองที่ดินนั้นๆเพียงแค่นั้น ไม่อาจจะนำไปออกโฉนดได้) ถือครองคู่แข่ง หลายๆคนอาจมีที่ดินอยู่เยอะแยะ บางที่ก็อยู่ไกล ไม่ค่อยมีเวลาไปดูแลเท่าใดนัก ผ่านไป 10 กว่าปี กลับไปดูที่ดินตนเอง ปรากฏว่าเป็นของผู้อื่นไปแล้ว แบบถูกกฎหมายเสียด้วยสิ คำว่าสงบ รวมทั้งเผยนั้น หมายความว่า ตลอด 10 ปีนั้น ไม่มีผู้ใดไปยุ่งกับเขาเลย แม้กระนั้นถ้าเกิดแค่เพียงพวกเราไปดูที่ดินพวกเราบ้าง ถ้าเกิดมองเห็นผู้ใดกันแน่อยู่ในที่ดินของพวกเรา ปลูกผัก ทำสวน พักอาศัยอย่างโจ่งแจ้ง พวกเราก็จำต้องแจ้งให้เขาย้ายออก ถ้าหากไม่ยินยอมก็แจ้งข้าราชการของเมืองให้มาจัดแจง เพียงแต่นี้ก็จัดว่าไม่สงบแล้ว รวมทั้งถ้าเกิดเขาจะนับการมีไว้ในครอบครอง 10 ปี เขาก็จะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เป็นนับจากวันที่พวกเราไปบอกให้เขาย้ายออกฯลฯ หรือหากพวกเราไปที่ ที่ดินของพวกเรา มองเห็นผู้ใดกันแน่ก็ไม่รู้จักมาตั้งหลักแหล่ง อยู่ในที่ของพวกเรา แต่ว่าพวกเราไม่ได้อยากต้องการไล่เขาออก ก็บางทีอาจทำเป็นสัญญาเช่าทุกปีก็ได้ หากเขายอมทำ อย่างงี้ก็จะไม่นับว่าเขามีเจตนาแสดงความเป็นเจ้าของในที่ดินของพวกเราอีกต่อไป ก็จะไม่สามารถที่จะนับเวลาการมีไว้ในครอบครองศัตรูได้อีก หรือบางทีก็อาจจะล้อมรั้ว ทำป้าย “ที่เฉพาะบุคคล ห้ามละเมิด” ก็สามารถทำเป็นขอรับ แม้กระนั้นก็จำเป็นต้องหมั่นไปดูที่ของพวกเราอยู่ดี 2-3 ปี ไปดูหน ดีมากยิ่งกว่ากว่าไม่ไปเลยจ้าขอรับ ด้วยเหตุนั้นการที่ใครกันแน่จะมาถือครองศัตรูในที่ดินของคนอื่นๆได้นั้น มันไม่ใช่ง่ายเลยนิดหน่อย ในความนึกคิดของผม ผมว่ามันถึงขนาด ยาก ถึงยากที่สุด ที่จะเข้าข้อจำกัดโดยชอบด้วยกฎหมายแต่ว่า เชื่อหรือเปล่า มีเจ้าของที่ดินมาก ที่ปลดปล่อยปะปล่อยปละละเลยในที่ดินของตนเอง กระทั่งจำเป็นต้องมาเสียเจ้าของให้แก่ผู้อื่น